Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249
You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveTEST DRIVE : นิสสัน ซิลฟี ใหม่ หรูหรา กว้างขวาง...เทียบชั้นบิ๊กซีดาน

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

TEST DRIVE : นิสสัน ซิลฟี ใหม่ หรูหรา กว้างขวาง...เทียบชั้นบิ๊กซีดาน

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 5.00 (1 Vote)

เมื่อวันที่ 6-7 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา บริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญ “MZ-THAILAND” และสื่อมวลชนกว่า 20 ท่าน ร่วมทดสอบรถนิสสัน ซิลฟีใหม่ ในรุ่น 1.8 V CVT และรุ่น 1.8 NAVI CVT บนเส้นทางจ.เชียงใหม่-ลำพูน รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร โดยมีจุดเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการนิสสัน นอร์ทเวฟ จ.เชียงใหม่ 

ปัจจุบันการแข่งขันที่ตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทยถือว่าดุเดือดและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ผ่านมาตลาดรถอีโคคาร์หรือกลุ่มรถ B-Segment ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.0-1.5 ลิตร ได้กระแสตอบรับดีจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดรถยนต์ 2 กลุ่มนี้ได้รับอนิสงค์จากนโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก ส่งผลทำให้คนแห่ซื้อรถยนต์เป็นจำนวนมาก ทำให้เป็นที่คาดการณ์ของค่ายรถยนต์ว่าตลาดรถยนต์รวมปี 2555 นี้มียอดจำหน่ายเกินกว่า 1.2 ล้านคันอย่างแน่นอน

นอกจากตลาดรถอีโคคาร์หรือกลุ่มรถ B-Segment แล้ว ตลาดรถยนต์นั่งในกลุ่มคอมแพ็คคาร์ หรือ กลุ่มรถ C-Segment ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.6-2.0 ลิตร ก็ถือว่ามีการแข่งขันดุเดือดไม่รถขนาดเล็กเช่นกัน เห็นได้จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2012 ที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์หลายรายได้เปิดตัวหรือเผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่ให้ลูกค้าได้ยลโฉมและสัมผัสตัวเป็นอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็น ฮุนได เอลันตรา , ฮอนด้า ซีวิค , มาสด้า3 หรือฟอร์ด โฟกัส

ขณะที่ตลาดรถคอมแพ็คคาร์ หรือ กลุ่มรถ C-Segment ในช่วงที่ผ่านมา เป็นตลาดที่มียอดจำหน่ายเป็นอันดับ 2 รองมาจากกลุ่มรถ B-Segment ของตลาดรถยนต์นั่งโดยในปี 2554 ที่ผ่านมา ตลาดรถคอมแพ็คคาร์มียอดจำหน่ายกว่า 95,000 คัน และการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ของกลุ่มรถคอมแพ็คคาร์ ทำให้ค่ายรถยนต์คาดการณ์ยอดจำหน่ายในปี 2555 นี้ว่าจะมีตัวเลขเกิน 1 แสนคัน

                เช่นเดียวกันกับบริษัท นิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดรถคอมแพ็คคาร์ หรือ กลุ่มรถ C-Segment นี้เช่นกัน จึงได้เปิดตัวรถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลาง 4 ประตู ที่นิสสันมีแผนการทำตลาดทั่วโลก นับว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของแผนการดำเนินธุรกิจ Nissan Power Up 2016 โดยรถคันนี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางในประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 หลังจากที่ได้เปิดตัวในประเทศจีนมาก่อนหน้านี้    

สำหรับรถนิสสัน ซิลฟี ใหม่นี้ จะนำมาจำหน่ายแทนที่รถนิสสัน ทีด้า  โดยนิสสันได้ตั้งเป้ายอดจำหน่ายในปีนี้ไว้ที่ 20,000 คัน และโรงงานนิสสันในประเทศไทย ยังเป็นฐานการผลิตรถนิสสัน ซิลฟี ผลิตเพื่อส่งออกไปยังประเทศในตะวันออกกลาง และทวีปออสเตรเลียอีกด้วย 

            

ภายนอก

การออกแบบรถนิสสัน ซิลฟี คันนี้ ทางทีมวิศวกรนิสสันได้ใช้แนวคิดในการออกแบบรถยนต์คันนี้ให้เป็นรถมีคุณภาพสูง ดูหรูหราโดยธรรมชาติ แม้ว่ารถคันนี้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ในระดับเดียวกัน แต่การออกแบบตัวรถยังได้รับการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.29 เท่านั้น ทำให้รถยนต์คันนี้ดูโค้งมน สวยงาม สอดรับกับไฟหน้าแบบ Multi-reflector พร้อมไฟแบบ LED ที่ได้ติดตั้งทั้งในตำแหน่งไฟหรี่ด้านหน้า ชุดไฟท้าย ไฟเบรคดวงที่สาม และไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้าง และไฟอ่านแผนที่ ทำให้รถคันนี้ได้ไฟแบบ LED รวมรอบคันถึง 54 ดวง

กระจกหน้าได้ขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ กันชนขนาดใหญ่และกระจังหน้าพร้อมช่องระบายอากาศแบบรังผึ้งที่ออกแบบมาให้ดูมีมิติมากขึ้น และยังเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและช่วยควบคุมการถ่ายเทอากาศได้ดี ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีขนาดความจุมากถึง 510 ลิตร ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกันและยังเทียบเท่ากับรถยนต์นั่งหรูระดับใหญ่                 

 

 

ภายใน

พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีขนาดใหญ่ ช่วยทำให้การเข้า – ออกห้องโดยสารได้สะดวกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แผงคอนโซลด้านหน้าถูกออกแบบให้ใช้งานง่ายตามหลักสรีระศาสตร์หรือ Ergonomic design เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน ส่วนสีภายในห้องโดยสารได้ใช้สีแบบเบจโทนใหม่ และบริเวณคอนโซลใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีพิเศษ Micro-grain เพื่อลดแสงสะท้อนจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังได้บุวัสดุบุนุ่ม (soft pad) ส่วน

ขณะที่แผงหน้าปัดเป็นแบบเรืองแสง (Fine Vision Meter) ขนาดใหญ่พร้อมจอแสดงข้อมูล Multi Information Display ในทุกรุ่น เพื่อแสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งในแบบใช้จริง และเฉลี่ย/ชั่วโมง หรือมาตรวัดระยะทางย่อยและระยะทางรวม ส่วนระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติพร้อมแยกปรับอุณหภูมิอิสระได้ทั้งซ้ายและขวา โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยระบบช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

เครื่องยนต์

รถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซินมีให้เลือกทั้ง 1.8 ลิตร และ 1.6 ลิตร โดยเครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร เป็นรหัส MRA8DE ขนาด 1,798 ซีซี. พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC ให้กำลังสูงสุด 131 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ XTRONIC CVT

ด้านเครื่องยนต์เบนซิน 1.6 ลิตร รหัส HR16DE ได้รับการพัฒนาใหม่โดยการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันคู่ Twin C-VTC ผสานกับการทำงานของระบบหัวฉีดคู่ Dual Injector System นับเป็นครั้งแรกในรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วยความจุกระบอกสูบ 1,598 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติแบบ XTRONIC CVT

โครงสร้างเอกสิทธิ์เฉพาะนิสสัน แข็งแกร่ง ทนทาน รองรับน้ำหนักและลดแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบช่วงล่างด้านหลังทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง ลดการสั่นสะเทือนทุกสภาพถนน ช่วยให้ทุกการขับขี่นุ่มนวล ระบบความปลอดภัย งมาพร้อมมาตรฐานความปลอดภัยกับ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED โดดเด่นชัดเจนในระยะไกล เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้นด้วยเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ถุงลมคู่หน้าในทุกรุ่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก เพื่อป้องกันล้อล็อกและลื่นไถลเมื่อต้องมีการเบรกกะทันหัน ระบบเสริมแรงเบรก ะบบกระจายแรงเบรก และมั่นใจอุ่นใจมากขึ้นกับระบบป้องกันการโจรกรรม

รถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ มีให้เลือก 6 สี คือ สีเทา ดีพ ไอริส เกรย์ ซึ่งเป็นสีใหม่, สีขาวมุก ไวท์ เพิร์ล, สีดำ แบล็ก สตาร์, สี เงิน บริลเลี่ยน ซิลเวอร์, สี แดง เรเดี่ยน เรด และสีเกรย์ยิช บรอนซ์

โดยรถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ มีให้เลือก 6 รุ่น 6 ราคาดังนี้ รุ่น 1.6 S MT ราคา 7.46 แสนบาท, รุ่น 1.6 S CVT ราคา 7.76 แสนบาท, รุ่น 1.6 E CVT ราคา 7.99 แสนบาท, รุ่น 1.6 V CVT ราคา 8.33 แสนบาท, รุ่น 1.8 V CVT ราคา 8.99 แสนบาท และรุ่น 1.8 V Navi CVT ราคา 9.31 แสนบาท

TEST DRIVE

รถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ที่ทาง MZ-THAILAND ได้ทดสอบ คือรุ่น 1.8 NAVI CVT เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ใหม่ รหัส MRA8DE 131 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบ/นาที ซึ่งในช่วงแรกของการทดสอบรถคันนี้ การมุ่งหน้าสู่จ.ลำพูน เส้นทางเป็นแบบใช้ความเร็ว ทำให้อัตราเร่งการออกตัวดีมาก แต่เมื่อความเร็วประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากจะกดคันเร่งเพื่อเร่งแซงรถคันข้างหน้ายังมีความรู้สึกว่าอืด ได้ยินแต่เสียงเครื่องยนต์ทำงานในรอบสูง แต่ตัวรถไม่พุ่งทะยานไปข้างหน้า โดยเฉพาะการกดคันเร่งในช่วงความเร็วจาก 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อไปที่ความเร็ว 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ขณะที่ในช่วงการทดสอบที่สองมีเส้นทางทั้งทางตรง ทางคดเคี้ยว หรือแบบลาดชัน ต้องยอมรับว่าระบบช่วงล่างของรถคันนี้ยังให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ด้วยระบบช่วงล่างเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัทในด้านหน้า และระบบช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่น บีม พร้อมเสริมเหล็กกันโคลงเพื่อลดการสั่นสะเทือน ทำให้การขับขี่นุ่มนวล แม้ว่าระบบช่วงล่างให้ความรู้สึกว่านุ่ม แต่สมรรถนะการขับขี่เข้าโค้งยังให้ความรู้สึกว่าเอาอยู่ สมรรถนะการยึดเกาะถนนดีมาก บวกด้วยระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าแบบผ่อนแรงส่งผลให้การควบคุมพวงมาลัยขับขี่เข้าโค้งมีความนิ่งมากยิ่งขึ้น 

ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันของรถนิสสัน ซิลฟี ใหม่ ซึ่งการทดสอบในครั้งนี้ส่วนใหญ่ใช้ความเร็วทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแสดงผลมาที่หน้าจอประมาณ 11.6 กิโลเมตร/ลิตร แต่ถ้าหากขับขี่ด้วยความเร็วคงที่น่าจะประหยัดน้ำมันได้มากกว่านี้ โดยทางนิสสันได้เคลมว่ารถนิสสัน ซิลฟี เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร การัยตีบริโภคน้ำมันที่ 14 กิโลเมตร/ลิตร

ด้านภายในห้องโดยสารรถคันนี้ต้องยอมรับว่ามีขนาดใหญ่และกว้างขวางเมื่อเทียบกับขนาดรถในเซ็กเม้นท์เดียวกัน แผงหน้าปัดเป็นแบบเรืองแสง (Fine Vision Meter) ขนาดใหญ่พร้อมจอแสดงข้อมูล Multi Information Display ทำให้มองเห็นการแสดงผลต่างๆได้ง่าย ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติพร้อมแยกปรับอุณหภูมิอิสระได้ทั้งซ้ายและขวา โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยระบบช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมด้วยระบบกุญแจอัจริยะ Intelligent key พร้อมปุ่มเปิดท้ายรถและระบบ Immobilizer และ Panic alarm กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push start button เพิ่มความสะดวกสบายทุกการเดินทาง

สรุปโดยรวมแล้วรถนิสสัน ซิลฟีใหม่ ให้ความโดดเด่นดูหรูหราทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายในเมื่อเทียบกับรถยนต์นั่งขนาดเดียวกัน ซึ่งเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่กำลังมองหารถขนาดกลาง แต่ต้องการพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางเทียบเท่าระดับรถบิ๊กซีดาน ไม่เน้นสมรรถนะของเครื่องยนต์ ช่วงล่างนุ่มสบายทำให้การเดินทางไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้หรือระยะไกลไม่เหนื่อย นับว่าเป็นทางเลือกคุ้มค่าเป็นอย่างมาก

 

 

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more