Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249
You are here: HomeMZ-Test DriveTest Driveขับซูซูกิ สวิฟท์ เที่ยวเวียงจันทร์ – วังเวียง

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

ขับซูซูกิ สวิฟท์ เที่ยวเวียงจันทร์ – วังเวียง

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 5.00 (1 Vote)

หากพูดถึงรถอีโคคาร์ในประเทศไทย คงหนีไม่พ้นรถอีโคคาร์จากค่ายซูซูกิ คือ รุ่น สวิฟท์ ที่ได้รับความนิยมมียอกขายไปแล้วกว่า 20,000 คันภายใน 1 ปี นับตั้งแต่เปิดตัว ปัจจุบันมียอดค้างส่งมอบรถยนต์อีกประมาณหลักพันคัน การที่รถอีโคคาร์ซูซูกิ สวิฟท์ ได้รับความนิยม ส่วนหนึ่งมีผลมากจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ได้ส่วนลดมากถึง 100,000 บาท และรวมไปถึงรูปทรงของตัวรถดีไซน์ออกมาให้ความเป็นรถสปอร์ตซิตี้คาร์

รถซูซูกิ สวิฟท์ ถือว่าเป็นรถที่มีการดีไซน์ดูโฉบเฉี่ยว การออกแบบด้านหน้ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้มีความโค้ง แบบ U-shape บ่งบอกถึงความคล่องตัว ไฟหน้าแนวตั้งขนาดใหญ่ แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ มาพร้อมกับชุดไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบฮาโลเจน (เฉพาะรุ่น GLX) ซุ้มล้อขนาดใหญ่ด้านหน้าและด้านหลัง ล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ (ล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมฝาครอบดีไซน์พิเศษ ใน รุ่น GA และ GL, ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ดีไซน์สวยสง่างาม ในรุ่น GLX)

กระจกมองข้างถูกออกแบบในสไตล์สปอร์ตมาพร้อมกับไฟเลี้ยว (เฉพาะรุ่น GLX) ส่วนที่ปัดน้ำฝนด้านหลังมาพร้อมกับหัวฉีดน้ำล้างกระจกทำให้ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองในภาวะฝนตกหนักหรือหมอกลงจัด

การออกแบบภายให้อารมณ์ความเป็นรถสปอร์ตด้วยคอนโซลโทนสีดำตัดกับสีเงิน มีจอแสดงผลบริเวณมาตรวัด ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ขับขี่ คันเกียร์และสวิตช์ต่างๆ ถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งเหมาะสมสำหรับผู้ขับขี่ พวงมาลัยหุ้มหนัง มาพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย (เฉพาะรุ่น GLX) เบาะนั่งสามารถปรับระยะขึ้นลงได้ถึง 32 มิลลิเมตร และปรับสไลด์ได้ 24 ระดับ ช่วยปรับตำแหน่งในการขับขี่ให้เหมาะสมและแก่ผู้ขับขี่ ขณะที่เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้ 60:40 แยกอิสระ ปรับพับได้หลายแบบ สะดวกสบายเมื่อต้องบรรทุกสัมภาระที่มีความยาวหรือมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

ระบบปรับอากาศเป็นระบบอัตโนมัติช่วยควบคุมอุณหภูมิแรงลมและการหมุนเวียนอากาศ เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้สบายตลอดระยะเวลาการเดินทาง (เฉพาะรุ่น GLX) และ ระบบปรับอากาศแบบ Manual ใช้งานง่าย (ในรุ่น GA, GL) ส่วนชุดเครื่องเสียงมีช่อง USB สำหรับเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเสียงดิจิตอล (เฉพาะรุ่น GL, GLX) รถคันนี้ยังมีวัสดุกันขอบประตูสองชั้นช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก และมีระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ที่มาพร้อมระบบสัญญาณเตือนภัย

ด้านเครื่องยนต์รหัส K12B ขนาด 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบ VVT วาล์วแปรผันทั้งฝั่งไอดีไอเสีย ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก็สโซฮอล์ อี20 มาพร้อมกับเกียร์ CVT ระบบกลไก Sub-transmission ทั้งเกียร์สูงและเกียร์ต่ำ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจากช่วงความเร็วที่ศูนย์ถึงช่วงความเร็วสูง

ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท พร้อมคอยล์สปริง และด้านหลังเป็นแบบระบบกันสะเทือนทอร์ชั่นบีม พร้อมคอยล์สปริง โดยระบบบังคับพวงมาลัยจะทำงานสัมพันธ์กับอัตราทดเกียร์ พร้อมด้วยระบบเบรก ABS ช่วยในการหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวาง เสริมด้วยฟังก์ชั่นช่วยเบรกช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเบรก มี EBD ช่วยกระจายแรงเบรกอย่างเหมาะสมไปยังล้อหน้าและล้อหลัง

สำหรับราคาจำหน่ายรถซูซูกิ สวิฟท์ เคาะราคาขายเริ่มต้นที่ 429,000 บาทในรุ่น GA MT , ราคา 467,000 บาทในรุ่น GL MT , ราคา 469,000 บาทในรุ่น GA AT , ราคา 507,000 บาทในรุ่น GL AT และ ราคา 559,000 บาทในรุ่น GLX AT

ส่วนสีรถมีให้เลือก 8 สี ดังนี้ 1.สีแดง (Ablaze Red Pearl) 2.สีฟ้า (Boost Blue Pearl Metallic) 3.สีส้ม (Sunlight Copper Pearl Metallic) 4.สีดำ (Super Black Pearl) 5.สีขาว (Snow White Pearl 6.สีเงิน (Star Silver Metallic) 7.สีเทาดำ (Mineral Gray Metallic) และ สีเขียว (Energy Green) ซึ่งเป็นสีใหม่ ลิมิเต็ด ที่เพิ่มเข้ามาโดยมีเฉพาะในรุ่น GLX AT เท่านั้น

 

TEST DRIVE

เมื่อช่วงที่ผ่านมา บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญทีมงาน MZ-THAILAND ร่วมกิจกรรมทดสอบรถอีโคคาร์ซูซูกิ สวิฟท์ ในรูปแบบคาราวาน “Swifter Way…Swifter’s Green” บนเส้นทางหนองคาย – เวียงจันทร์ – วังเวียง รวมระยะทางไป-กลับ เกือบ 400 กิโลเมตร

 จุดเริ่มต้อนของการทดสอบรถอีโคคาร์ซูซูกิ สวิฟท์ ในครั้งนี้ได้เริ่มต้นที่โชว์รูมซูซูกิ จ.หนองคาย แล้วขับเข้าสู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว เพื่อข้ามไปประเทศสปป.ลาว ที่ด่านพรมแดนหนองคาย เพื่อไปเวียงจันทร์ – วังเวียง แน่นอนว่าการขับรถซูซูกิ สวิฟท์ ทางซูซูกิ ได้นำรถมาทุกสี โดยเฉพาะสีลิมิเต็ดใหม่ล่าสุด คือ สีเขียว Energy Green

ทีมงาน MZ-THAILAND ได้เคยทดสอบรถอีโคคาร์ซูซูกิ สวิฟท์ มาแล้ว ในเรื่องของอัตราการเร่งของเครื่องยนต์ 1.25 ลิตรคันนี้ มีอัตราเร่งที่ดี ขณะที่ระบบช่วงล่างออกแนวสปอร์ตทำให้รู้สึกว่าแข็งๆ แต่ให้ความรู้สึกว่าเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ แต่ก็ยังมีความรู้สึกเป็นห่วงว่ารถคันนี้จะขับบนถนนในประเทศสปป.ลาว ได้หรือไม่ เพราะถนนเป็นแบบ 2 เลนสวน ส่วนใหญ่พื้นผิวถนนยังไม่ค่อยเรียบ มีขรุขระบ้าง ถนนบางช่วงยังซ่อมแซมอยู่จึงมีหลุมขนาดใหญ่ และรวมไปถึงถนนที่คดเคี้ยวไปมา

แต่ว่ารถอีโคคาร์ซูซูกิ สวิฟท์ คันนี้ก็ยังสามารถขับในประเทศสปป.ลาว ได้อย่างสบายๆ แม้ว่าระบบช่วงล่างจะมีลักษณะแข็งกระด้าง แต่ก็สามารถขับผ่านถนนหนทางที่ไม่เรียบได้อย่างสบายๆ อาจจะมีบ้างที่ตัวรถมีอาการกระเด้งกระดอน ขณะที่ระบบพวงมาลัยให้ความแม่นยำในการขับขี่ ส่งผลทำให้การควบคุมรถง่ายขึ้น

สรุปโดยรวมแล้วรถซูซูกิ สวิฟท์ เป็นรถอีโคคาร์อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่กำลังมองหารถอีโคคาร์เอาไว้ใช้งาน ด้วยรูปลักษณ์ที่ถูกออกแบบมาในลักษณะทรงสปอร์ตซิตี้คาร์ บวกด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.25 ลิตร ช่วงล่างหนึบ ทำให้เป็นรถที่ขับขี่สนุก ตอบสนองการใช้งานได้ดีทั้งในเมืองและนอกเมือง

 

อนึ่งเวียงจันทร์ เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศลาว อยู่ในลุ่มแม่น้ำโขง ในพิกัด 17°58' เหนือ, 102°36' ตะวันออก (17.9667, 102.6) ประชากรในตัวเมืองมีประมาณ 200,000 คน (ค.ศ. 2005) แต่ประชากรทั้งหมดที่อาศัยในนครหลวงเวียงจันทน์ เชื่อว่ามีอยู่ถึงกว่า 730,000 คน

ในด้านประวัติศาสตร์ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ทรงสถาปนาเวียงจันทน์ขึ้นเป็นราชธานีของอาณาจักรล้านช้าง เมื่อปี พ.ศ. 2103 ครั้นเมื่อล้านช้างเสื่อมอำนาจลง ในปี พ.ศ. 2250 เวียงจันทน์กลายเป็นอาณาจักรอิสระ เรียกว่า อาณาจักรล้านช้างเวียงจันทน์ จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2321 เจ้าพระยาจักรีของไทย (ในสมัยกรุงธนบุรี) ยกทัพมาปราบดินแดนลาวทั้งหมด อาณาจักรเวียงจันทน์ตกเป็นประเทศราชของไทยนับตั้งแต่นั้นมา

ในปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งเวียงจันทน์องค์สุดท้ายพยายามรวบรวมกำลังเพื่อก่อการกบฏและกู้ชาติจากไทย รัฐบาลไทยจึงส่งกองทัพยกขึ้นมาปราบปรามเมืองเวียงจันทน์ และจับเจ้าอนุวงศ์ไปลงโทษที่กรุงเทพฯ ส่วนเมืองเวียงจันทน์นั้นถูกทำลายย่อยยับ เหลือรอดเพียงแต่พระอารามสำคัญไม่กี่แห่ง เช่น หอพระแก้ว วัดสีสะเกด เท่านั้น

ปี พ.ศ. 2436 ดินแดนลาวตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส เวียงจันทน์ถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางการบริหารการปกครองของลาวในอาณัติของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2442 ต่อมาเมื่อประเทศลาวประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส ก็ได้กำหนดให้กรุงเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงของลาวสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

การท่องเที่ยวในเวียงจันทร์ มีชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมามากมายในแต่ละปี เนื่องจากเวียงจันทน์ เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ผสมความทันสมัยอย่างลงตัว โดยมีสถานที่สำคัญ ได้แก่ ประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของปวงชนลาว พ้นจากการเป็นเมืองขึ้น โดยเลียนแบบ ประตูชัย ปารีส แต่ใช้ศิลปะลาว , หอพระแก้ว เดิมเป็นวัด เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ปัจจุบัน (แม้ไม่มีพระแก้วมรกตแล้ว) เป็นพิพิธภัณฑ์และมีร้านขายของที่ระลึก

พระธาตุหลวง พระธาตุ (สถูป) ขนาดใหญ่สีทองอร่าม บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเป็นเครื่องหมายในดวงตราสำคัญของประเทศ , วัดสีสะเกด อีกวัดหนึ่งที่ไม่ได้ถูกทำลายในช่วงสงคราม มีพระพุทธรูปใหญ่ และเล็กเรียงรายอยู่มากที่สุด และ ตลาดจีนชั่งเจี่ยง

อาหารประจำชาติของลาว คือ อาหารแนว ตำ ยำ ปิ้งย่าง และเฝอ (ก๋วยเตี๋ยว) โดยมีอิทธิพลอาหารผสมของแถบอินโดจีนจากจีน เวียตนาม และอิทธิพลจากการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส ในเวียงจันทน์ จึงมีร้านอาหารพื้นเมือง ร้านกาแฟ ร้านขนมปังเลื่องชื่ออยู่มากมาย และหลายร้านก็ขายอาหารลาว ไทย อเมริกัน ยุโรป ปะปนกันก็มี (ขอบคุณข้อมูลจาก http://th.wikipedia.org)

 

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more