Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249
You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveTEST DRIVE : มิตซูบิชิ แอททราจ.....เพียบพร้อมด้วยออปชั่น

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

TEST DRIVE : มิตซูบิชิ แอททราจ.....เพียบพร้อมด้วยออปชั่น

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 4.75 (2 Votes)

แม้ว่าโครงการรถยนต์คันแรกจะหมดไปแล้ว แต่ความนิยมในรถอีโคคาร์ยังได้กระแสการตอบรับดีจากลูกค้าคนไทยไม่น้อย เหตุเพราะเป็นรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมัน โดยมีเครื่องยนต์ขนาดไม่เกิน 1.2 ลิตร มีอัตราการบริโภคน้ำมัน 20 กิโลเมตร/ลิตร การขับขี่คล่องตัว และมีราคาขายไม่แพงมาก

เช่นเดียวกันกับรถมิตซูบิชิ แอททราจ 4 ประตูที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา นับเป็นรถอีโคคาร์รุ่นที่ 2 ต่อจากรถมิตซูบิชิ มิราจ 5 ประตู เมื่อเดือนมีนาคม 2555 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดจำหน่ายไปแล้วกว่า 50,000 คัน และนับตั้งแต่รถมิตซูบิชิ แอททราจ เปิดตัวมามียอดขายติด 1 ใน 3 ของกลุ่มรถอีโคคาร์ในประเทศไทย

 

รถเล็กแต่โครงสร้างแข็งแรง

สำหรับชื่อรุ่น แอททราจ (ATTRAGE) มาจากภาษาอังกฤษว่า Attractive (อ่านว่า แอทแทรคทีฟ หมายถึงความมีสเน่ห์ ดึงดูดใจ) เพื่อเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า แอททราจ เป็นรถยนต์นั่งที่จะสามารถดึงดูดใจผู้ใช้รถกลุ่มต่าง ๆ จากคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ ประหยัดน้ำมันสูงสุด คล่องตัวในการขับขี่ และ ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย

รถมิตซูบิชิ แอททราจ มาพร้อมความโดดเด่นเหนือกว่า อีโคคาร์รุ่นอื่นที่ตัวถังรถออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ โครงสร้างเหล็กแบบใหม่ High tensile steel มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งกว่าเหล็กทั่วไป อีกทั้งยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำเพียง 0.29 ซึ่งถือว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน ส่งผลทำให้มีความประหยัดน้ำมัน ด้วยตัวถังขนาดเล็ก ความยาวโดยรวม 4,245 มม. ความกว้างโดยรวม 1,670 มม. และความสูงโดยรวม 1,515 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,550 มม. ทำให้รัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุดเพียง 4.8 เมตร จึงให้ความคล่องตัวในการขับขี่ ง่ายต่อการเลี้ยว กลับรถและถอยจอดในพื้นที่จำกัด ซึ่งรวมไปถึงตัวรถที่มีน้ำหนักเบาจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก

 

ออปชั่นมาแบบครบครัน

ภายในห้องโดยสารตกแต่งแบบสีเบจ พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมการตกแต่งสีเงิน สไตล์ “ซิลเวอร์เดคอเรชั่น” พร้อมระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย เพิ่มความหรูหราด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ช่วยรักษาอุณหภูมิและความเย็นให้สม่ำเสมอ เพิ่มความสุนทรีย์ในการขับขี่ด้วยเครื่องเล่นวิทยุ-ดีวีดี เอ็มพี 3 พร้อมจอภาพแบบสัมผัส ขนาด 6.5 นิ้ว และ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมระบบนำทางในรถยนต์ (Navigation System)

นอกจากนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเข็มขัดนิรภัยดึงกลับหากเกิดกรณีขับชน ระบบกุญแจอัจฉริยะ KOS พร้อมระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบปรับขึ้นลงอัตโนมัติและระบบ Safety (ด้านคนขับ)

 

 

สิ่งอำนวยความสะดวกเพียบ

สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยกับระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัยตามแบบฉบับของมิตซูบิชิ ที่มาพร้อมกับกุญแจรีโมทพร้อมระบบควบคุมการพับและกางกระจกมองข้างอัตโนมัติ เพื่อความสะดวกสบายพร้อมป้องกันความเสียหายจากการจอดรถในที่แคบ ไฟหน้าปิดได้เองโดยอัตโนมัติ โดยระบบจะตัดการทำงานของไฟหน้ารถและไฟตัดหมอกโดยอัตโนมัติหลังจากดับเครื่องยนต์ แล้วเปิดประตูช่วยให้ไฟในแบตเตอรี่ไม่หมด

นอกเหนือจากนี้  รถมิตซูบิชิ แอททราจ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานรถยนต์มากมาย เช่น ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน เพียงขยับก้านไฟเลี้ยวเพียงเล็กน้อยสัญญาณไฟเลี้ยวและสัญญาณไฟเตือนในหน้าปัดกระพริบ 3 ครั้ง ใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ในกรณีที่ฝนตกหากผู้ขับเปิดที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเมื่อรถถึงความเร็วที่กำหนดที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเหมือนเดิมเมื่อความเร็วลดลงหรือหยุดรถ และกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบปรับขึ้นลงอัตโนมัติเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

 

เครื่อง 1.2 ลิตรเน้นความประหยัด

รถมิตซูบิชิ แอททราจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve รองรับทั้งเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91, 95 และ E20 และตั้งเป้าให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร (ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานยุโรป UNECE Reg.101 Rev.01 Combine Mode) มาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ INVECS-III เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนและให้การประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

ขณะที่ทางด้านระบบความปลอดภัย ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุดได้มาตรฐานโลก ด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ RISE Body เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และคานกันกระแทกด้านข้างที่ประตูทั้ง 4 บาน ที่เสริมความแข็งแกร่งด้วยส่วนรับแรงกระแทกจากเหล็กที่แข็งแรงเป็นพิเศษ High Tensile Steel จึงทำให้สามารถปกป้องแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกด้วยดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อนช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรกดีขึ้นปลอดภัยมากขึ้น และดรัมเบรกหลังแข็งแรง ทนทานดูแลรักษาง่าย ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า และเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติแบบคู่ด้านคนขับสำหรับรุ่น GLS และ GLS Ltd. และแบบเดี่ยวสำหรับรุ่น GLX ช่วยลดแรงกระแทกจากการชนเพื่อความปลอดภัยเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้า รวมทั้งลดอาการบาดเจ็บที่หน้าอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับราคาขายรถมิตซูบิชิ แอททราจ เคาะราคาขายเริ่มต้นที่ 443,000 บาทในรุ่น GLX เกียร์ธรรมดา , ราคา 477,000 บาทในรุ่น GLX เกียร์อัตโนมัติ , ราคา 530,000 บาทในรุ่น GLS เกียร์อัตโนมัติ และ ราคา 582,000 บาทในรุ่น GLS Ltd. เกียร์อัตโนมัติ โดยมีสีรถให้เลือกด้วยกันถึง 6 สี ได้แก่ สีขาวมุก - White Pearl , สีแดง - Red Metallic , สีฟ้า - Cerulean Blue Mica , สีเทาดำ - Eisen Gray Mica , สีดำ - Pyreness Black และ สีเงิน - Cool Silver Metallic

 

TEST DRIVE

ทีมงาน MZ-THAILAND ได้มีโอกาสทดสอบรถมิตซูบิชิ แอททราจ ในรุ่น GLS Ltd. เกียร์อัตโนมัติ ซึ่งเป็นรุ่นตัวท๊อป บนเส้นทาง กรุงเทพฯ-พัทยา รวมระยะทางการทดสอบไป-กลับเกือบ 400 กิโลเมตร

ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกของรถมิตซูบิชิ แอททราจ ดูแล้วมีรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย เมื่อเปิดประตูรถเพื่อที่เข้ามาภายในห้องโดยสาร พบว่าพื้นที่ภายในห้องโดยสารดูกว้างพอสมควรเมื่อเทียบกับขนาดของรถที่มีมิติที่เล็ก สามารถเข้าออกได้อย่างสะดวกสบายทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เบาะนั่งให้ความรู้สึกสบายๆ โดยในรุ่น GLS Ltd. เกียร์อัตโนมัติ จะไม่มีกุญแจในการสตาร์ทรถ แต่จะมีปุ่มกด Push Start มาให้ เพียงแค่เหยียบเบรกแล้วกดปุ่ม Push Start เครื่องยนต์ก็จะสตาร์ททำงาน

 

การขับขี่ในเมืองของรถมิตซูบิชิ แอททราจ คันนี้ พบว่าให้ความคล่องตัวเป็นอย่างมาก อัตราการเร่งแซงของเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ ดีแบบไม่ต้องรอรอบการทำงานของเครื่องยนต์มาก พวงมาลัยให้ความรู้สึกเบา ส่งผลทำให้ไม่ต้องออกแรงหมุนพวงมาลัยมาก

และเมื่อลองขับขี่ออกนอกเมืองแล้วยังให้ความรู้สึกว่าอัตราการเร่งแซงยังดีอยู่ เมื่อลองขับด้วยความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ทำงานอยู่ที่ประมาณ 2,000 รอบ/นาที ซึ่งนับว่าไม่สูงมาก เพราะด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT INVECS-III ส่งผลให้มีการปรับเปลี่ยนสัมพันธ์กับรอบเครื่องยนต์ โดยที่เน้นในเรื่องของความประหยัดน้ำมัน

ขณะที่ระบบช่วงล่างของรถคันนี้ด้านหน้าแบบเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม ทำให้สามารถซับบแรงกระแทกของพื้นถนนได้เป็นอย่างดี รู้สึกได้ว่าช่วงล่างของรถมิตซูบิชิ แอททราจ ไม่นิ่มและไม่แข็งจนเกินไป การขับขี่เข้าโค้งยังให้ความมั่นใจได้

การขับขี่เดินทางไกลยังได้รับความบันเทิงจากเครื่องเล่นวิทยุ-ดีวีดี เอ็มพี 3 พร้อมจอภาพแบบสัมผัส ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมด้วยระบบเนวิเกเตอร์นำทาง และหากต้องการที่จะดูหนังก็ยังสามารถแบ่งการทำงานของหน้าจอเครื่องเล่นแบบ 50:50 หรือ แบบ 70:30 ได้เช่นกัน

สรุปโดยรวมแล้วรถมิตซูบิชิ แอททราจ คันนี้ นับว่าเป็นรถที่มีความคล่องตัวในการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง ห้องโดยสารที่กว้างขวางสามารถนั่ง 5 คนได้อย่างสบาย เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกลแรบบความปลอดภัยแบบครบครันไม่แพ้รถรุ่นใหญ่ ส่วนความประหยัดน้ำมันที่หน้าจอแสดงผลในการทดสอบทริปนี้อยู่ที่ประมาณ 25 กิโลเมตร/ลิตร

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more