Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249
You are here: HomeMZ-Test DriveTest DrivePRESS TRIP : ขับ มาสด้า BT-50 PRO ลุยถิ่นพม่า

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

PRESS TRIP : ขับ มาสด้า BT-50 PRO ลุยถิ่นพม่า

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 5.00 (1 Vote)

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญ MZ-THAILAND และผู้สื่อข่าวสายยานยนต์กว่า 30 คน ร่วมทดสอบรถปิกอัพ มาสด้า BT-50 PRO บนเส้นทาง เมืองย่างกุ้ง – เมืองหงสาวดี – พระธาตุอินทร์แขวน - เมืองเมียวดี ประเทศพม่า – แม่สอด ประเทศไทย ในรูปแบบคาราวาน รวมระยะเวลา 4 วัน 3 คืน บนระยะทาง กว่า 1,000 กิโลเมตร 

สำหรับรถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO ที่ใช้ในการขับขี่ในประเทศพม่า คือรุ่น ดับเบิ้ลแค๊ป 4 ประตู เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุดถึง 150 แรงม้า (110kw) ที่ 3,700 รอบ แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ ผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยมีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

จุดเริ่มต้นของการทดสอบทริปนี้มีขึ้นที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า หรือเรียกว่า เมียนมาร์ เพื่อขับกลับเข้ากรุงเทพฯ โดยนอกจากจะได้ทดสอบสมรรถนะของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO แต่ยังได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์ประเทศพม่า ที่มีความยาวนานและซับซ้อน มีประชาชนหลายเผ่าพันธุ์เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ขณะที่เมืองย่างกุ้งมีสถานที่น่าท่องเที่ยวที่สำคัญในเรื่องของศาสนา โดยเฉพาะพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองซึ่งตั้งอยู่ในเมืองนี้ นับว่าเป็นเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์และอยู่คู่บ้านคู่เมือง ยังเป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของพม่า  ที่มีอายุกว่า 2,500 ปี  เป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุ 8 เส้นของพระพุทธเจ้า องค์พระเจดีย์สร้างด้วยทองคำหนัก 2 ตัน ประดับด้วยเพชร 5,548 เม็ด  และพลอย 2,217 เม็ด รวมถึงทับทิมขนาดเท่าไข่ไก่ บนยอดพระเจดีย์ 

เสร็จสิ้นจากการสักการบูชาพระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากองแล้ว ก็เดินทางต่อไปที่เมืองหงสาวดี  โดยใช้ระยะทางในการเดินทางประมาณกว่า 100 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพถนนหนทางดี การจราจรไม่ติดขัด ทำให้ไปถึงที่หมายโดยเร็ว โดยเมืองหงสาวดีเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของมอญ และอดีตราชธานีของพระเจ้าบุเรงนอง มีพระธาตุมุเตา เป็นพระเจดีย์ในสมัยเดียวกันกับพระเจดีย์ชเวดากอง เป็นพระเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี เป็นสัญลักษณ์แสดงความรุ่งเรืองของกรุงหงสาวดี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ในสมัยโบราณกาล ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่หงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้

ต่อจากนั้นก็เดินทางไปนมัสการ ณ จุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ที่มีอายุเก่าแก่กว่าพันปี ค้นพบเมื่อชาวอังกฤษตอนสร้างทางรถไฟสายมัณฑเลย์ และกราบนมัสการพระพุทธรูปนอน ที่มีพุทธลักษณะ ที่สวยงามในแบบของมอญ เมื่อสักการะเป็นที่เรียบร้อยก็เดินทางกันต่อด้วยการไปนมัสการพระธาตุอินทร์แขวน (1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) พิสูจน์ความ มหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา โดยตำนานเล่าขานกันในสมัยพุทธกาลว่า ฤๅษีติสสะเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับพระเกศาจากพระพุทธเจ้าที่ได้ทรงมอบให้ไว้เป็นตัวแทนของพระ พุทธองค์ให้ประชาชนสักการะ เมื่อครั้นได้มาแสดงธรรมเทศนา ณ ดินแดนสุวรรณภูมิ ผู้ที่ได้รับมอบพระเกศาต่างก็นำไปบรรจุในสถูปเจดีย์ ส่วนฤๅษีติสสะกลับนำไปซ่อนไว้ในมวยผม เมื่อเวลาล่วงเลยถึงคราวที่ฤๅษีติสสะจะต้องละสังขารเต็มที

เขาตั้งใจไว้ว่าจะนำพระเกศาไปบรรจุไว้ในก้อนหินที่มีรูปร่างคล้ายกับศีรษะ ของเขา ท้าวสักกเทวราช (พระอินทร์) จึงช่วยเสาะหาก้อนหินดังกล่าวจากใต้ท้องมหาสมุทรและนำมาวางหรือแขวนไว้บน ภูเขาหิน บางตำนานก็เล่าว่า มีฤๅษีองค์หนึ่งซ่อนพระเกศาที่ได้รับมาจากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้นมาโปรดสัตว์ ในถ้ำไว้ในมวยผมมาเป็นเวลานาน เมื่อใกล้ถึงวาระที่จะต้องละสังขารจึงตัดสินใจมอบพระเกศาให้กับพระเจ้าติสสะ กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุตรของลูกศิษย์ที่นำมาฝากให้ฤๅษีช่วยเลี้ยงดูตั้งแต่เล็ก แต่ก่อนอื่นพระเจ้าติสสะต้องหาก้อนหินที่มีลักษณะคล้ายศีรษะของฤๅษี โดยมีพระอินทร์เป็นผู้ช่วยค้นหาจากใต้สมุทรนำมาวางไว้ที่หน้าผา

สรุปโดยรวมแล้วรถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO สามารถขับขี่ในเชิงท่องเที่ยวในประเทศพม่าได้อย่างสบาย แม้ว่าเส้นทางส่วนใหญ่ของการเดินทางในทริปนี้กว่า 70% มีพื้นผิวถนนที่เรียบไม่แพ้เมืองไทย แต่กว่า 20% ยังเป็นเส้นทางที่ยังอยู่ในช่วงของการปรับปรุงถนน โดยเฉพาะเส้นทางจากเมืองเมียวดี โดยเฉพาะเส้นทางข้ามภูเขาจากเมืองเมียวดีเพื่อเข้าสู่ด่านแม่สอด ประเทศไทยนั้น พื้นถนนยังเต็มไปด้วยหิน ทำให้การขับขี่เป็นไปด้วยความยากลำบากประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้การขับขี่ต้องเจออุปสรรคในเรื่องของการกระเด้งกระดอนของถนน

แต่ด้วยระบบช่วงล่างของรถปิกอัพมาสด้า BT-50 PRO ด้านหน้าเป็นแบบปีกนกอิสระ2 ชั้น ควบคุมด้วยคอยล์สปริง ส่วนด้านหลังเป็นคานแข็งพร้อมชุดแหนบ ส่งผลทำให้สามารถช่วยซับแรงกระแทกให้มีความนุ่มนวล ลดความแข็งกระด้างตามสไตล์ของรถปิกอัพทั่วไป ส่วนทางด้านพละกำลังของเครื่องยนต์ เพียงแค่ 2.2 ลิตร ก็สามารถขับขี่ขึ้นเขาแบบชันได้อย่างสบาย 

                             

                             

 

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more