Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249
You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveTEST DRIVE ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ สมรรถนะเยี่ยม...ออปชั่นเกินคุ้ม

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

Warning: Creating default object from empty value in /home/www/virtual/mz-thailand.com/htdocs/modules/mod_roktabs/helper.php on line 249

TEST DRIVE ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ สมรรถนะเยี่ยม...ออปชั่นเกินคุ้ม

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เชิญ MZ – THAILAND ร่วมกิจกรรมทดสอบรถฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 9 ของรถยนต์ครอบครัว ทั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร และ 2.4 ลิตร บนเส้นทางจ.พังงา รวมระยะทางไป-กลับ กว่า 200 กิโลเมตร สำหรับรุ่นปี 2013 นี้ได้เพิ่มสัมผัสแห่งความหรูหรา พร้อมติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้เพิ่มขึ้นจนถือว่าอยู่ในระดับสูงสุดของรถยนต์ในกลุ่มนี้

 

จุดเริ่มต้นของการทดสอบรถฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ โรงแรม เลอ เมอริเดียน สปา แอนด์ รีสอร์ท เขาหลัก จังหวัดพังงา โดยการทดสอบจะแบ่งเป็นการขับไปและขับกลับ โดยใช้ระยะทางในการทดสอบเฉลี่ยกว่า 200 กิโลเมตร โดยที่ขาไปได้ขับรถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.0 ลิตร ส่วนขากลับจะได้ขับในรุ่น 2.4 ลิตร

รถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.0 ลิตร ได้ใช้เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว แบบ SOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร (19.4 กก.-ม.) ที่ 4,300 รอบต่อนาที ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ทำให้อัตราการเร่งออกตัวถือว่าทำได้ดี แม้ว่าน้ำหนักรถคันนี้จะมีน้ำหนักกว่า 1 ตัน แต่ก็ยังให้อัตราเร่งที่ดี โดยเฉพาะอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ให้ความรู้สึกว่าออกตัวดีกว่ารถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นที่แล้ว

เส้นทางในการทดสอบถือว่ามีจำนวนปริมาณรถบนถนนมากพอสมควร ทำให้ต้องมีการคลิ๊กดาวคันเร่งเพื่อเร่งแซงอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือว่ายังมีอัตราเร่งแซงที่ดี โดยระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ส่งผลทำให้ดูดซับแรงกระแทกของพื้นผิวถนนได้ดี ให้ความรู้สึกได้ว่านุ่มนวลแต่เกาะถนน แม้ว่าเส้นทางการทดสอบจะมีโค้งอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อขับขี่ในการเข้าโค้งไม่ว่าจะเป็นโค้งแคบหรือกว้าง ก็ยังให้ความรู้สึกได้ว่าตัวรถไม่โยนตัวทำให้มั่นใจได้ว่าเอาอยู่

ภายในห้องโดยสารของแอคคอร์ดใหม่มีความกว้างขวางมาก แม้ว่าตัวถังรถโดยรวมจะถูกลดความยาวลง 76 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อสั้นลง 25 มิลลิเมตร แต่จุดต่างๆ ที่สำคัญในห้องโดยสารกลับตอบสนองความกว้างขวางที่เพิ่มขึ้น จากการที่ตัวถังของแอคคอร์ดใหม่มีความเพรียวและปราดเปรียว ส่งผลให้พื้นที่เหนือศีรษะลดลงเล็กน้อย แต่พื้นที่วางขาที่เบาะนั่งหลังกลับเพิ่มขึ้นพอที่จะรองรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 5 ที่นั่ง ปุ่มควบคุมและอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องโดยสารถูกจัดวางเอาไว้อย่างเรียบง่ายเพื่อให้ผู้ขับขี่ใช้งานง่ายไม่ยุ่งยาก 

มาต่อกันที่การทดสอบรถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.4 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว แบบ SOHC i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตัน-เมตร (23.0 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบต่อนาที ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ซึ่งเครื่องตัวนี้ถือเป็นขุมพลังบล็อกแรกของฮอนด้าที่เกิดจากเทคโนโลยี Earth Dreams ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ และเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันมากขึ้น

อัตราการเร่งเพื่อออกตัวของเครื่องรุ่น 2.4 ลิตร เมื่อเทียบกับ รุ่น 2.0 ลิตรแล้วยังดูอืดกว่า ขณะที่อัตราการเร่งแซงของรุ่น 2.4 ลิตรดีกว่าแต่ในความรู้สึกแล้ว การขับรุ่น 2.0 ลิตรรู้สึกได้ว่าอัตราเร่งดีกว่ารุ่น 2.4 ลิตร แต่รถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.4 ลิตร ได้ใส่ระบบช่วยในเรื่องความปลอดภัยมาแบบครบครัน เริ่มตั้งแต่ ระบบ Honda LaneWatch โดยระบบนี้จะแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจกมองข้างด้านซ้าย โดยจะใช้กล้องในการจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้วซึ่งมองเห็นจากจอแสดงผลอย่างชัดเจน

ระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบจะควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ทำงานด้วยเรดาห์ตรวจจับความเร็วของรถคันหน้าและควบคุมระยะห่างให้เหมาะสม โดยระบบ ACC จะลดความเร็วของรถยนต์ลงโดยอัตโนมัติเมื่อรถคันหน้ามีการชะลอความเร็ว เพื่อรักษาระยะห่างในระดับที่ปลอดภัย และจะเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นกลับสู่ระดับปกติโดยอัตโนมัติเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่รวดเร็วขึ้น และระบบ Collision Mitigation Brake System (CMBS) เป็นการเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก เป็นระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว เมื่อรถคันหน้าอยู่ใกล้เกินไป และในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงมาก ระบบ CMBS จะทำการเบรกอย่างเต็มที่เพื่อลดความรุนแรงในการชน

ภายในห้องโดยสารของรถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.4 ลิตร แตกต่างจากรุ่น 2.0 ลิตร ตรงหลังคามีซันรูฟซึ่งจะทำงานด้วยไฟฟ้าและเปิด-ปิดด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว เบาะนั่งฝั่งคนขับสามารถบันทึกท่านั่งในการขับขี่ได้ถึง 3 ระดับ พวงมาลัยมี Paddle Shift สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วแบบทันใจ และกล้องมองหลังที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองได้ถึง 3 ระดับ

            

สรุปโดยรวมแล้วรถฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น 2.0 ลิตร แม้ว่าอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอาจให้มาแบบไม่ครบครันเทียบเท่ารุ่น 2.4 ลิตร แต่ก็ยังให้ภาพลักษณ์ภายนอกที่มีความเป็นสปอร์ตบิ๊กซีดานมากขึ้น ตอบสนองต่อการบังคับควบคุมรถที่แม่นยำขึ้น และยังมีการขับขี่ที่ดีขึ้นกว่ารุ่น 2.0 ลิตรของรถฮอนด้า แอคคอร์ด โฉมที่แล้ว ขณะที่ 2.4 ลิตรต้องยอมรับว่าในรุ่นตัวท๊อปให้อุปกรณ์ความปลอดภัยมาเรียกได้ว่าเกินคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นระบบ ACC , CMBS หรือ Honda LaneWatch ส่วนระบบความปลอดภัยที่ฮอนด้าใส่มาให้กับ แอคคอร์ด มาแบบเป็นมาตรฐานติดรถอย่าง ระบบควบคุมการทรงตัว VSA พร้อมระบบเสริมแรงเบรก , ระบบป้องกันล้อล็อก ABS , ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว Active Cornering Lights , ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว Active Cornering Lights หรือ ระบบ ระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS)

การทดสอบรถฮอนด้า แอคคอร์ด ทั้ง 2 รุ่นนี้ สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ภายในห้องโดยสารได้ใช้วัสดุเก็บเสียงได้ดี ทำให้การขับขี่ในย่านความเร็วประมาณ 120-140 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ไม่ได้ยินเสียงลมเข้ามารบกวนภายในห้องโดยสาร ขณะที่ระบบช่วงล่างสามารถซับแรงกระแทกของพื้นถนนที่รอยต่อไม่เรียบได้เป็นอย่างดี ทำให้การขับขี่เมื่อผ่านรอยต่อของพื้นผิวถนนแทบไม่รู้สึก สำหรับรถฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่คันนี้มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.299 – 1.799 ล้านบาท แว่วมาว่ายอดจองตอนนี้มีมากกว่า 6,000 คันแล้ว จากที่ได้ตั้งเป้าไว้ที่ 20,000 คันในปี 2556 นี้

                            

            

            

 

 

 

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more