You are here: HomeMZ-Test DriveTest DriveTEST DRIVE : ฮอนด้า “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” EP2

TEST DRIVE : ฮอนด้า “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” EP2

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

หลังจากที่ได้ขับขี่ในฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่เป็นที่เรียบร้อย ในวันขากลับจากเขาใหญ่ ก็ถึงเวลาได้ลองขับฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ภายใต้ตระกูล “เดอะ ซิตี้ ซีรีส์” อีกรุ่นเช่นกัน

 

สำหรับฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบแฮทช์แบคโดดเด่นด้วยความสปอร์ต ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "EnergeticHatchback" ด้วยการวางเส้นสายที่เฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน สะท้อนความสปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้นในสไตล์แฮทช์แบ็ก มาพร้อมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED รับกับฝากระโปรงท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังคงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "Ambitious Beauty" เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย แฝงความสวยงามประณีตทุกรายละเอียด ควบคู่ไปกับการใช้งานที่ดี เสริมด้วยการใช้เส้นสายในแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปรงโล่งและความสะดวกสบายในการขับขี่ วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black และมีการใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่มให้ความรู้สึกพรีเมียม

เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบอัลตรา ซีท (ULTR) สามารถแยกพับ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง , Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว , Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง และ Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

เครื่องยนต์เป็นแบบ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT)ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.3กิโลเมตร/ลิตร

ขากลับจากเขาใหญ่ขับขี่เข้ากรุงเทพฯฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ในรุ่น RS ที่มีล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ภายในสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดงซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นSV และ S+

แม้ว่าน้ำหนักของตัวรถแฮทช์แบ็กมีมากกว่ารถซีตี้ซีดาน แต่อัตราการขับขี่ออกตัวให้ความรู้สึกว่าดีกว่าในรุ่นซีดาน ขณะที่อัตราเร่งแซงในช่วงความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ไม่ได้รู้สึกว่าอืดอย่างที่คิด ระบบช่วงล่างยังเหมือนในรุ่นซีดานและรุ่น e:HEV คือ ด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สัน สตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ยังให้การยึดเกาะถนนที่ดีตอนขับขี่เข้าโค้ง

พวงมาลัยให้ความแม่นยำและรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 5.0 เมตรนั้น โดยเป็นแบบแร็ค แอนด์ พิเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ขณะที่เมื่อต้องการขับขี่แบบสปอร์ตโดยในรุ่น RS มี Paddle Shift ให้เปลี่ยนเกียร์ช่วยให้การขับขี่สนุกยิ่งขึ้น ขณะที่ความเร็วในการเดินทางตามกฎหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้อัตราการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ 17-18 กิโลเมตรต่อลิตร แต่เมื่อเดินทางในเมืองการบริโภคน้ำมันอยู่ที่ประมาณ 15 กิโลเมตรรต่อลิตร ก็ถือว่าฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังให้ความประหยัดน้ำมันพอกันกับในรุ่นซีดาน

นอกจากนี้ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ ยังมีระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย เริ่มตั้งแต่โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON , ถุงลม 6ตำแหน่ง(เฉพาะรุ่น RS) , กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ , ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และ ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) , ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA , ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HSA และ สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

สรุปโดยรวมแล้ว ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ นับเป็นรถซิตี้คาร์ที่เน้นในเรื่องของการเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยด้านหลังได้หลากหลายรูปแบบการใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่ชอบเก็บสัมภาระบนรถซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นซีดานอย่างเห็นได้ชัด โดยฮอนด้าซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือก 3 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท , รุ่น SV ราคา 675,000 บาท และ รุ่น RS ราคา 749,000 บาท 

 

มีคลิป => https://www.youtube.com/watch?v=c9f7essDyT0

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more