TEST DRIVE : ฮอนด้า CITY CNG เน้นประหยัด...เหมาะสำหรับคนใช้รถตัวจริง

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 2.67 (3 Votes)


เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย จํากัด ได้เชิญ MZ-THAILAND ร่วมกิจกรรมทดสอบรถฮอนด้า CITY CNG บนเส้นทางกรุงเทพฯ – พัทยา จ.ชลบุรี แบบ One Day Trip ไปกลับกว่า 300 กิโลเมตร

ฮอนด้า ได้เพิ่มทางเลือกให้กับรถพลังงานทางเลือก ด้วยการนำรถฮอนด้า CITY โฉมปัจจุบันที่ยังวางจำหน่ายอยู่มาติดตั้งพลังงานทางเลือก 2 ระบบทั้งน้ำมัน และ CNG มาจากโรงงาน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับคนที่กำลังมองหารถประหยัดพลังงาน หลังจากที่นับวันราคาขายปลีกน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นโดยไม่มีทีท่าว่าจะนิ่ง

รถฮอนด้า CITY CNG ยังใช้ขุมพลังเครื่องยนต์เดิม i-VTEC 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 102 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 12.9 กก.ม.ที่ 4,800 รอบต่อนาที สามารถรองรับพลังงาน 2 ระบบ ทั้งน้ำมันและก๊าซ CNG  ได้มาตรฐานมลพิษระดับ Euro 4 ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การเลือกใช้พลังงานสะดวกและง่ายดาย เพียงปรับเปลี่ยนสวิตช์เลือกใช้ชนิดเชื้อเพลิง จะมีไฟแสดงสถานะการใช้เชื้อเพลิงและ ไฟแสดงปริมาณก๊าซ 

ควบคุมการทำงานด้วยกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) ประมวลผลอย่างแม่นยำในการจ่ายก๊าซอย่างเหมาะสมและตัดการจ่ายก๊าซในกรณีฉุกเฉิน ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพสูง และท่อนำก๊าซแรงดันสูงผลิตจากสแตนเลสที่มีความทนทานและอุปกรณ์ลดแรงดันก๊าซ ทำหน้าที่ปรับลดแรงดันก๊าซให้เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด การติดตั้งหัวรับเชื้อเพลิง CNG ใกล้จุดเติมน้ำมัน พร้อมลิ้นป้องกันการไหลย้อนกลับของก๊าซ ถังก๊าซความจุ 65 ลิตรพร้อมแผงกั้นแบ่งพื้นที่ติดตั้งถังก๊าซและห้องสัมภาระด้านท้าย เพื่อความสวยงามและป้องกันการกระแทกบริเวณห้องสัมภาระด้านท้าย 

รถฮอนด้า CITY CNG มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ Grade Logic Control ให้การตอบสนองฉับไว พร้อมระบบพวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (EPS) เพิ่มความมั่นใจในการยึดเกาะถนนด้วยการติดตั้งระบบกันสะเทือนหน้า-หลังที่ได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับระบบ CNG เพื่อการทรงตัว และให้ความนุ่มนวลในการขับขี่  ภายในโครงสร้างรถด้านหลังออกแบบเพิ่มคานเสริมความแข็งแกร่ง (Cross Bar) เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ตลอดการเดินทาง พร้อมเหล็กกันโคลงซึ่งให้ความนุ่มนวลมั่นคงในทุกสภาพถนน มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล 

ด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON ที่ผ่านการทดสอบการชนตามมาตรฐานฮอนด้า ถุงลมคู่หน้า Dual SRS และระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่ รถคันนี้ยังคงความโดดเด่น สวยงาม ด้วยรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ต ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ ครบครัน ที่มีดีไซน์ล้ำสมัย แผงคอนโซลหน้าตกแต่งโครเมียม มาตรวัดเรืองแสง Blue Light ระบบเครื่องเสียงโมดูลแบบ Advanced Audio ให้ความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ช่องเชื่อมต่อ USB ช่อง AUX สำหรับต่ออุปกรณ์เสริม ระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติ SVC ตามความเร็ว (อุปกรณ์แตกต่างเฉพาะรุ่น) พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปีหรือ 100,000 กม. พร้อมรับสิทธิประโยชน์คืนภาษีรถยนต์คันแรกสูงสุด 100,000 บาท

สำหรับรถฮอนด้า ซิตี้ ซีเอ็นจี มีให้เลือก 2 รุ่น คือ รุ่น S CNG ราคา 659,000 บาท และรุ่น V CNG ราคา 706,000 บาท มีให้เลือก 6 สี แดงคาร์เนเลียน (มุก) น้ำตาลสปาร์คลิ่ง (เมทัลลิก) เงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) เทาโพลิชเมทัล (เมทัลลิก) ขาวทาฟเฟต้า และสีดำคริสตัล(มุก)

TEST DRIVE

รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในของรถฮอนด้า CITY CNG ถือว่าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เมื่อได้เข้าไปนั่งบนเบาะที่นั่งคนขับแล้วก็สตาร์ทรถโดยที่ยังเป็นระบบน้ำมันก่อน หลังจากนั้นก็กดปุ่มสวิตช์เลือกใช้ชนิดเชื้อเพลิงเป็นใช้ก๊าซ CNG ตรงด้านขวาล่างใต้ช่องแอร์ของฝั่งคนขับ โดยที่ช่วงเปลี่ยนจากน้ำมันเป็นการใช้ก๊าซ CNG การทำงานของเครื่องยนต์ไม่มีสะดุดเลย

เมื่อเปลี่ยนระบบมาใช้เชื้อเพลิงเป็นใช้ก๊าซ CNG ก็เริ่มออกเดินทางทันที ซึ่งการขับออกตัวถือว่าอืดพอสมควรเมื่อเทียบกับรถฮอนด้า CITY ตัวธรรมดา ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแรงม้าของรถฮอนด้า CITY CNG มีน้อยลงมาที่ 102 แรงม้า จากเดิมที่รถฮอนด้า CITY ตัวธรรมดา มีแรงม้าที่ 120 แรงม้า ขณะที่เส้นทางทดสอบในทริปนี้ขับจากศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้าบางชันเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารเดอะ กลาสเฮ้าส์ ที่พัทยา 

โดยเส้นทางการเดินทางผ่านวงแหวนรอบนอกสายตะวันออก(บางนา - บางปะอิน) เพื่อไปขึ้นทางด่วนพิเศษบูรพาวิถี ในช่วงย่านความเร็วช่วง 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมงพบว่า ด้วยน้ำหนักถังก๊าซและน้ำก๊าซ CNG เข้าไปมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาประมาณ 80 กิโลกรัม บวกด้วยการทดสอบครั้งนี้ฮอนด้าให้ทดสอบคันละ 3 คน ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะหน้าเชิดเล็กน้อย ช่วงที่ทำความเร็วความรู้สึกของการจับพวงมาลัยเบาทำให้การบังคับพวงมาลัยไม่นิ่งต้องคอยเลี้ยงพวงมาลัยตลอด และถ้าเจอแรงลมด้านบนทางด่วนบูรพาวิถีมาปะทะแล้วยิ่งส่งผลให้ต้องจับพวงมาลัยให้แน่นกว่าเดิม

ขณะที่ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สัน สตรัท อิสระ ด้านหลังเป็นแบบทอชั่นบีมแบบ H-shape ถูกเซ็ตให้แข็งขึ้นทั้งหน้าและหลังเพื่อรับน้ำหนักที่มากขึ้น แต่ก็ไม่ส่งผลให้รู้สึกว่ากระด้างขึ้นมากนัก อย่างไรก็ดีระยะทางในการทดสอบจากกรุงเทพฯ-พัทยาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 150 กิโลเมตร ซึ่งได้ใช้ก๊าซ CNG ไปประมาณ 9 กิโลกรัม หรือคิดเป็นเงิน 94.95 บาท (ราคาก๊าซ NGV ที่พัทยาขายที่ 10.55 บาท/กิโลกรัม) ก็ถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเดินทางเกินครึ่งอย่างแน่นอน

สรุปโดยรวมแล้วรถฮอนด้า CITY CNG คันนี้ ในเรื่องของพละกำลังเครื่องยนต์อาจไม่แรงทันใจสไตล์เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร แต่ในเรื่องของความประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมก๊าซธรรมชาติ NGV เดินทางไปไหนมาไหนถือว่าช่วยได้มาก แม้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติ NGV จะมีแนวโน้มปรับขึ้นมาอยู่ที่ 12 บาท/กิโลกรัม แต่ก็ยังมีราคาขายถูกกว่าเติมน้ำมันหลายเท่าตัว สามารถตอบโจทย์คนที่เดินทางไปไหนมาไหนบ่อยๆ ได้ หากใครซื้อรถตอนนี้ยังได้รับสิทธิ์คืนภาษีรถคันแรก 100,000 บาทเต็มอีกด้วย