You are here: HomeMZ-New CarThailandฮอนด้า เปิดตัว “เดอะ ซิตี้ แฮทช์แบค” ครั้งแรกในโลก

ฮอนด้า เปิดตัว “เดอะ ซิตี้ แฮทช์แบค” ครั้งแรกในโลก

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค ใหม่ ภายใต้ ซิตี้ ซีรีส์ ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชั่นที่ 5 ที่่สุดแห่งยนตรกรรมซิตี้คาร์โดยนับเป็นครั้งแรกของโลกที่ฮอนด้า ซิตี้ มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบแฮทช์แบคโดดเด่นด้วยความสปอร์ตหรูหราของดีไซน์ภายนอกพร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจ ด้วยชุดแต่งสไตล์ RS รอบคัน

 

การออกแบบภายนอก

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "EnergeticHatchback" ด้วยการวางเส้นสายที่เฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน สะท้อนความสปอร์ตปราดเปรียวยิ่งขึ้นในสไตล์แฮทช์แบค มาพร้อมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟท้ายแบบ LED รับกับฝากระโปรงท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว(เฉพาะรุ่น RS) และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว (รุ่นSV และS+)

การออกแบบภายใน

ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค ใหม่ ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด "Ambitious Beauty" เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย แฝงความสวยงามประณีตทุกรายละเอียด ควบคู่ไปกับการใช้งานที่ดี เสริมด้วยการใช้เส้นสายในแนวนอนเพื่อช่วยเพิ่มความรู้สึกโปรงโล่งและความสะดวกสบายในการขับขี่ วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black และมีการใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่ม ให้ความรู้สึกพรีเมียม
พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้างสบายภายในหรูหราและสวยงามในโทนสีดำ เบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น SV) และสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดงในรุ่น RS

พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ในแบบของตัวเองด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง4โหมดพร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของฮอนด้า ได้แก่

  • Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
  • Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
  • Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
  • Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด

สะท้อนตัวตนกับความสปอร์ตที่โดดเด่นไปอีกขั้น ในรุ่น RS

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ รุ่น RS ยกระดับซิตี้คาร์สไตล์แฮทช์แบ็ก ด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black และสัญลักษณ์ RS มาพร้อมกันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ไฟตัดหมอกแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต
พร้อมสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Multi-Information Display) พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอก สีแดงอิกไนต์ (Ignite Red) เฉพาะรุ่น RS เท่านั้น

ขุมพลังเทอร์โบ

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบค ใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็วให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาทีให้สมรรถนะการ
ขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT)ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.3กิโลเมตร/ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (Paddle Shift) (เฉพาะรุ่น RS) สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) (เฉพาะรุ่น RS) โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20

สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าของเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO ประกอบด้วยเทคโนโลยีหลักๆ ดังนี้

  • ระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบฉีดตรง (Direct Injection)เป็นระบบฉีดตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้ด้วยปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง ส่งผลให้ได้พลังงานที่เกิดจากการเผาไหม้ที่รุนแรง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ราบเรียบและต่อเนื่อง
  • Dual VTC ระบบแคมชาฟท์ ที่สามารถเพิ่มหรือลดองศาของแคมชาฟท์ในการเปิดปิดวาล์วไอดีและไอเสีย เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ และให้การขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองการขับขี่ได้รวดเร็ว ให้กำลังแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตรและแรงม้า 122 แรงม้า
  • ระบบแปรผันระยะยกของวาล์ว VTEC เป็นการแปรผันระยะยกของวาล์วไอดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประจุไอดีจำนวนมากเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยจะแปรผันการทำงาน เพื่อให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ตอบสนองการขับขี่ได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ VTEC
    • อินเตอร์คูลเลอร์แบบน้ำ (Water-Cooled Type Intercooler) เป็นการระบายความร้อนอากาศที่มาจากการบูสท์ของเทอร์โบด้วยน้ำที่ติดตั้งมากับเครื่องยนต์ 1.0L VTEC TURBO ช่วยให้การระบายความร้อนเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและยังลดระยะทางในการประจุไอดีให้สั้นลง ส่งผลให้การตอบสนองของเครื่องยนต์รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่มาพร้อมฟังก์ชันที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ได้แก่

  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Multi-Information Display) พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง(เฉพาะรุ่น RS)หรือมาตรวัดเรืองแสงสีขาว(เฉพาะรุ่น SV)
  • พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น RS และ SV)
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อApple CarPlayพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI(เฉพาะรุ่น RS และ SV)
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ(One Push Ignition System) (ทุกรุ่น)
  • ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)(ทุกรุ่น)
  • ช่องเชื่อมต่อ USBจำนวน 2 ช่อง(เฉพาะรุ่น RS และ SV)
  • ช่องจ่ายไฟสำรองด้านหน้า 1 ตำแหน่ง และด้านหลัง 2 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS)

ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ยังมาพร้อมกับ Honda CONNECT(เฉพาะรุ่น RS) เทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ให้คุณและรถยนต์สามารถสื่อสารกันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการทำงาน โดยมี 8 ฟังก์ชันการใช้งานหลัก ที่จะมาช่วยอำนวยความสะดวก และเพิ่มความปลอดภัยตลอดการเดินทาง

  1. My Service ตรวจสอบประวัติการเข้ารับบริการ รวมทั้งการประเมินรายการอะไหล่และค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยจะมีการแจ้งเตือนกำหนดการเข้ารับบริการครั้งต่อไป
  2. Car Log ข้อมูลการขับขี่จะประกอบด้วยพฤติกรรมการขับขี่ ที่สามารถแสดงผลเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายปี และ บันทึกการเดินทาง ที่สามารถเลือกทริปโปรด และแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เป็นต้น
  3. WiFi สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายจากรถยนต์ โดยจะใช้งานได้พร้อมกันสูงสุดถึง 5อุปกรณ์ มีระยะการส่งสัญญาณห่างจากตัวรถยนต์อยู่ที่ 40 เมตร โดยต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง

* ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจอินเตอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่าย (เอไอเอส) โดยลูกค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

  1. Airbag Deploymentเมื่อเกิดอุบัติเหตุและถุงลมทำงาน กล่องอุปกรณ์ TCUจะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบทันทีผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมทั้งส่งข้อมูลไปยังศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้าเพื่อทำการติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้ หรือเบอร์โทรฉุกเฉิน ที่ลูกค้าผู้ใช้งานระบุไว้ในระบบ เพื่อทำการประสานงานให้ความช่วยเหลือขั้นต้น
  2. Car Status แจ้งเตือนสถานะรถยนต์ เมื่อเกิดความผิดปกติจากระบบของรถยนต์ และ แจ้งเตือนสัญญาณกันขโมย เมื่อเกิดความผิดปกติกับรถยนต์จากภายนอก เช่นการเปิดประตู กระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้ายของรถยนต์อย่างผิดปกติ
  3. Remote Vehicle Control สามารถสั่งการล็อกและปลดล็อกประตูทั้งหมดอีกทั้งยังสามารถสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมทั้งตั้งค่าระดับอุณหภูมิของระบบปรับอากาศในรถยนต์ และการสั่งดับเครื่องยนต์ ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถสั่งเปิดสัญญาณไฟทั้งไฟหน้าและไฟท้าย โดยผู้ใช้งานจะต้องกำหนดรหัสส่วนตัวเป็นตัวเลข 4 หลัก(PIN) และจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวทุกครั้งก่อนการใช้งาน
  4. Geo Fence & Speed Alert สามารถกำหนดขอบเขตการขับขี่รถยนต์ทั้งเข้าและออกตามพื้นที่ที่กำหนดไว้ และยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนความเร็วตามกำหนดได้อีกด้วย
  5. Find My Carสามารถตรวจสอบพิกัดรถยนต์ โดยระบบจะส่งพิกัดรถยนต์บนแผนที่ล่าสุดแสดงผลบนแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องใส่รหัสส่วนตัว 4 หลัก (PIN) ก่อนการใช้งาน

เทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย มูฟได้อย่างมั่นใจ

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Controlหรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง
  • ถุงลม 6ตำแหน่ง(เฉพาะรุ่น RS)ได้แก่ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)
  • กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera)ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย โดยสามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน ในจังหวะที่เกียร์ถูกเปลี่ยนมาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง (เฉพาะรุ่นRSและ SV)
  • ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น ระบบป้องกันล้อ ล็อกช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและหักพวงมาลัยหลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ด้านหน้า ขณะที่ระบบกระจายแรงเบรก(EBD)จะช่วยกระจายแรงเบรกระหว่างล้อหน้าและล้อหลังเพื่อให้ความสมดุลกับน้ำหนักในการบรรทุกและเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA)เป็นระบบที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลออกทางด้านข้าง และให้ความมั่นใจในระหว่างการขับ การเลี้ยว หรือการหยุด และให้การทรงตัวที่ดีของรถยนต์ในทุกทิศทาง
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA)ระบบจะทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้ตัวรถเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่มีการปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรกเมื่อรถยนต์จอดอยู่บนทางลาดชัน
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal  - ESS)เป็นระบบที่ทำงานโดยอัตโนมัติ โดยสัญญาณไฟฉุกเฉินจะทำงานเมื่อมีการเหยียบเบรกกะทันหัน เป็นการแจ้งเตือนรถที่ตามมาข้างหลัง

ฮอนด้าซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 6 สีได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีใหม่สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วยสีขาวแพลทินัม (มุก)เฉพาะรุ่น RS และ SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้าเฉพาะรุ่น S+

สำหรับราคาฮอนด้าซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่

  • รุ่น RS             ราคา 749,000 บาท
  • รุ่น SV             ราคา 675,000 บาท
  • รุ่น S+             ราคา 599,000 บาท

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง

เสริมความสปอร์ตในสไตล์คุณไปอีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคันที่มาพร้อมกับ
แนวคิด“Stage Up Booster”โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกเช่นชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลังราคา5,500บาทคิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา1,700บาทแผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระราคา900บาทสติกเกอร์ตกแต่งล้ออัลลอยราคา320บาท(ราคาต่อ 1 ชุดมี4 ชิ้น)ไฟตัดหมอกแบบLED ราคา5,500บาทและกล้องหน้ารถราคา3,850บาท

นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 2 แพ็กเกจ ได้แก่

  • Modulo Aero Packageราคา16,900บาทประกอบด้วยสเกิร์ตหน้าแบบ2ชิ้นสเกิร์ตข้างและสเกิร์ตหลัง แบบ2ชิ้น
  • Modulo Aero Sport Packageราคา21,500บาทประกอบด้วยสเกิร์ตหน้าแบบ2ชิ้นสเกิร์ตข้างสเกิร์ตหลังแบบ2ชิ้นและชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง

หมายเหตุ:

-          อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

-          สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

-          สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาโซนิค (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

-          ราคาแพ็กเกจชุดแต่งโมดูโลไม่รวมVAT 7%

-          ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/line-up/honda-city-hatchback

Pretty

Race Queen Chang Super GT Race 2019 อีกหนึ่งสีสันของการแข่งขันช้าง ซูเปอร์จีที เรซ... Read more
Race Queen Super GT Race 2018 ประมวลภาพเรซควีนสาวสวยสุดน่ารักจากญี่ปุ่นกว่าร้อยชีวิตจากขอบสนาม การ... Read more