ปอร์เช่ เข้าสู่โลกแห่งอนาคต plug-in ไฮบริดคันแรกของโลกในคลาสรถยนต์หรู

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

ปอร์เช่ เปิดตัวรถยนต์ Plug-in ไฮบริดระดับหรูในรูปแบบแกรน ทัวริสโม่ (Gran Turismo) เจเนอเรชั่นที่ 2 ในรุ่นพานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) ที่มาพร้อมกับพละกำลัง 416 แรงม้า เครื่องยนต์ 3 ลิตร V6 ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากถึง 56% โดยเจเนอเรชั่นใหม่คันนี้จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์ Auto China ที่เซียงไฮ้ ประเทศจีน 

 

พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid)  คือคำตอบของการผสมผสานกันระหว่างมาตรฐานเครื่องยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ประสิทธิภาพ และทำงานอย่างสะดวกได้อย่างลงตัว

 

พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) คือระบบเครื่องยนต์แบบ parallel full hybrids ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความล้ำสมัย มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลังมากขึ้น แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน โดยสามารถให้พลังงานกับเครื่องยนต์มากยิ่งขึ้น การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวทำได้ถึง 95 แรงม้า (70 กิโลวัตต์) ซึ่งถือได้ว่ามากกว่ารุ่นเดิมกว่าเท่าตัว ซึ่งรุ่นเดิมทำได้ที่ 47 แรงม้า (34 กิโลวัตต์)

พลังงานนั้นได้รับจากแบตเตอรี่แบบลีเธียมไอออน (lithium-ion battery) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ และมีกำลังถึง 9.4 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ซึ่งมากกว่าแบตเตอรี่แบบ nickel metal hydride ที่ใช้อยู่ในรุ่นเดิมที่ทำได้ที่ 1.7 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้แบตเตอรี่นี้ยังสามารถชาร์จไฟผ่านเครื่องมือชาร์จ Porsche Universal Charger (AC) ที่ได้มาตรฐานในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมง ครึ่งเท่านั้น และหากทำการชาร์จจากปลั๊กไฟธรรมดาภายในบ้านนั้นจะกินเวลาในการชาร์จน้อยกว่า 4 ชั่วโมง อีกด้วย 

พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) ได้รับการพัฒนาในเรื่องของการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงให้ดีขึ้นหากเทียบกับรุ่นเดิมซึ่งมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 7.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร แต่ในรุ่นนี้ประหยัดมากขึ้นอีก 56% โดยอยู่ที่อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 3.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ในขณะเดียวกันประสิทธิภาพการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทั้งหมดนั้นได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในเรื่องของการขยายช่วงเวลาของการวิ่งด้วยไฟฟ้า และการทำความเร็วสูงสุดจากเครื่องยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย และแน่นอนว่าการวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวนั้นส่งผลให้รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ลดการปล่อยมลพิษให้น้อยลงด้วยเช่นกัน

และหากวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว พานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) สามารถทำได้ไกลถึง 36 กิโลเมตร (ในรูปแบบการขับขี่ NEDC) เพราะการขับขี่ในรูปแบบบ NEDC นั้นไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องทำความร้อนจึงได้มาซึ่งค่าวัดที่ 36 กิโลเมตร แต่ค่าเฉลี่ยในรูปแบบการขับขี่ทั่วไปจะอยู่ที่ระหว่าง 18 – 36 กิโลเมตร และขึ้นอยู่กับสภาวะอากาศ ณ ขณะนั้นด้วย ความเร็วสูงสุดจากการวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวของเครื่องยนต์ไฮบริดใหม่ล่าสุดนี้สูงถึง 135 กิโลเมตร/ชั่วโมง เลยทีเดียว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้รวดเร็วขึ้นเป็น 5.5 วินาที ฟังก์ชั่นการเร่งเครื่องแบบไฟฟ้าจะช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้าไปทำกริยาเร่งเครื่องยนต์เผาไหม้ การเร่งเครื่องยนต์สามารถทำได้ด้วยการเปิดระบบ kick-down เพื่อช่วยในการขึ้นแซง ความเร็วสูงสุดของรถอยู่ที่ 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง และยังมีฟังก์ชั่นการทำงานแบบ “coasting” เมื่ออยู่ในความเร็วสูงเหมือนรุ่นเดิมอีกด้วย 

ในพานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) คันนี้ยังได้รับการเสริมทัพฟังก์ชั่นมากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังสามารถเปิดการใช้งานได้โดยผ่าน App ของสมาร์ทโฟนอีกด้วย เช่น ตัวบ่งบอกถึงสถานะแบตเตอรี่ที่ได้รับการชาร์จ หรืออุปกรณ์เสริมการควบคุมอุณหภูมิ (climate control option) ของ plug-in ไฮบริดซึ่งจะทำงานโดยการทำให้รถมีอุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นขึ้นก่อนผ่าน Porsche Car Connect ซึ่งสามารถติดตั้งโปรแกรมการเรียกใช้งานไว้ได้ในรถหรือจะเรียกใช้โปรแกรมผ่าน App ของมือถือได้ด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงเท่านี้สมาร์ทโฟนยังสามารถเรียกใช้งานได้สำหรับการจัดการแบตเตอรี่ (Battery management) หรือเป็นรีโมทในการเรียกเข้าใช้งานหรือเช็คข้อมูลของรถ อาทิเช่น จำนวนไฟในแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่หรือเป็นตัวแนะนำในการบอกทิศทางให้ผู้ใช้กลับไปสู่ที่ที่รถจอดอยู่ได้อย่างถูกต้อง เป็นต้น ฟังก์ชั่นเหล่านี้ไม่ได้ถูกกำหนดมาให้ติดตั้งได้เฉพาะรถไฮบริดเท่านั้น หากแต่สามารถเลือกติดตั้งได้ในพานาเมร่า (Panamera) ทุกรุ่นผ่านโปรแกรม Car Connect smart phone app จากปอร์เช่

ประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดมากขึ้น และลดขนาดเครื่องยนต์ลง: เครื่องยนต์แบบ V6 biturbo ใหม่ล่าสุด

การเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของรถให้สูงสุดคือหลักการที่สำคัญของปอร์เช่ในการพัฒนาพานาเมร่า (Panamera) ใหม่ล่าสุดนี้ โดยทำการพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่หมดและใช้หลักการลดขนาดเครื่องยนต์ โดยนำเสนอเครื่องยนต์ V6 ที่มาพร้อมกับขนาดเครื่องยนต์ 3 ลิตรและ biturbo charging ซึ่งเครื่องยนต์แบบ V6 biturbo นี้จะมาแทนที่เครื่องยนต์ขนาด 4.8 ลิตร V8 ที่ใช้ในรุ่นพานาเมร่า เอส (Panamera S) และพานาเมร่า โฟร์ เอส (Panamera 4S) โดยเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุดนี้จะสร้างพละกำลังเครื่องยนต์ได้มากกว่าเดิมอีก 20 แรงม้าและสร้างแรงบิดได้มากกว่าเดิมอีก 20 นิวตันเมตร แต่กลับประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ดีขึ้นอีก 18% หากเทียบกับเครื่องยนต์ V8 ที่ใช้ในรุ่นเดิม ไม่เพียงแต่จะทรงพลังมากขึ้น และประหยัดมากขึ้นเท่านั้น หากแต่ turbocharging ยังช่วยให้รถมีแรงบิดสูงสุดถึง 520 นิวตันเมตร ในรอบความเร็วรถที่กว้างขึ้นอีกด้วย

พานาเมร่า (Panamera) เกือบทุกรุ่นจะทำการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplung PDK มาเป็นระบบเกียร์มาตรฐาน ในขณะที่รุ่นพานาเมร่า ดีเซล (Panamera Diesel) และรุ่นพานาเมร่า เอส อี-ไฮบริด (Panamera S E-Hybrid) จะได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติทริปทรอนิค เอส 8 สปีดมาเป็นระบบเกียร์มาตรฐาน  ระบบเกียร์ทั้งสองได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและมีฟังก์ชั่นการใช้งานมากขึ้น อาทิเช่น การเพิ่มเติมการทำงานของฟังก์ชั่นเร่ง/หยุด

โดยระบบจะทำการปิดการทำงานของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้นเมื่อกำลังจะหยุดการทำงานของระบบ Coasting ซึ่งทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้น ไม่เพียงเท่านี้รุ่นพานาเมร่า จีทีเอส (Panamera GTS) ที่มาพร้อมกับ PDK สามารถใช้ฟังก์ชั่น Coasting ได้ซึ่งทำให้รถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างเหลือเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องวิ่งอยู่บนถนนมอเตอร์เวย์เป็นต้น 

อีกหนึ่งการพัฒนาในเรื่องของการดีไซน์: ไฟหน้าแบบ LED

พานาเมร่าได้รับการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกใหม่และเป็นที่สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น ไฟหน้าได้รับการเปลี่ยนแปลงให้มีความโดดเด่นมากขึ้น ทั้งตัวไฟไล่ยาวไปถึงกระจกด้านหน้า หากมองจากด้านหลังจะพบว่าพานาเมร่า (Panamera) เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดนี้ได้รับการออกแบบฝาท้ายด้านหลังใหม่หมด กระจกหลังได้รับการออกแบบให้เห็นเส้นสายความคมเข้มตามแบบฉบับแกรน ทัวริสโม่ (Gran Turismo) และให้ความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ทางตอนหลังได้รับการออกแบบใหม่หมดรวมถึงสปอร์ยเลอร์ที่ขยายกว้างขึ้น และเชื่อมต่อกับไฟท้ายได้อย่างกลมกลืน เหมือนกับความกลมกลืนของไฟหน้าที่ผสมผสานเข้ากับด้านหน้ารถได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง

พานาเมร่า (Panamera)ใหม่ล่าสุดนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่แตกต่างจากรุ่นเดิม ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ ติดตั้งเพิ่มเข้าไป รวมถึงไฟหน้าแบบ LEDซึ่งเพิ่มความเป็นสปอร์ตให้กับรถมากขึ้น ตามรูปแบบแกรน ทัวริสโม่ (Gran Turismo) อีกด้วย

อุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ ได้ถูกเสริมทัพให้กับพานาเมร่า (Panamera) ใหม่ล่าสุดคันนี้อย่างครบครันด้วยเช่นเดียวกัน อาทิเช่น ไฟหน้าแบบไบซีนอล พวงมาลัยแบบอเนกประสงค์ (Multifunction steering wheel) และฝากระโปรงด้านหลังแบบเปิดปิดอัตโนมัติ เป็นต้น ไม่เพียงเท่านี้รถรุ่นใหม่นี้ยังมีระบบให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายติดตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน อาทิเช่น ระบบ adaptive cruise control system ที่ช่วยในการเบรกเมื่อต้องอยู่ในสถานะการที่อันตราย และยังมีระบบกล้องจับสัญญาณจราจร และไฟเตือนในการเปลี่ยนช่องทาง เพื่อช่วยให้การขับขี่นั้นปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น 

ภายในต้นปีหน้า เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับพละกำลังเครื่องยนต์ 300 แรงม้า (220 กิโลวัตต์ จะเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์ดีเซลตัวปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้การขับขี่นั้นสนุกสนานมากยิ่งขึ้น และมีประสิทธิภาพตามแบบฉบับเครื่องยนต์ดีเซลเพิ่มขึ้นด้วยกัน สำหรับปี 2014นั้นยังจะมีพานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S) ที่พร้อมจะออกมาให้ยลโฉมอีกด้วย