ออฟโรด โทรฟี่ 2013 นัดเปิดสนาม เปิดศึกสนั่นใจกลางเมืองอรัญฯ

1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 Rating 0 (0 Votes)

บริษัท ทาร์เก็ตมีเดียแอนด์เทเลวิชั่น จำกัด จัดกิจกรรมเปิดศึกครั้งใหญ่ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 13 กับรายการแข่งขันรถยนต์ออฟโรด การขับรถบนทางวิบากที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทยในชื่อรายการแข่งขัน Off Road Trophy 2103  Thailand Grand Challenge ชิงถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ

กับการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่รอบเปิดสนาม ทั้งยังได้รับความสนใจจากผู้กล้านักขับทางฝุ่นที่ได้ฝึกปรือฝีไม้ลายมือ เอาชนะคู่ต่อสู้และเก็บคะแนนสะสมเพื่อก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์ประจำปี Off Road Trophy 2103  Thailand Grand Challenge 2013 โดยถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมทางสถานีโทรทัศน์ โมเดิร์นไนน์ทีวี ในวันที่ 8 เมษายน 2556 ที่ผ่านมา กับสนามแรก ณ  อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

เริ่มด้วยพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิดการแข่งขัน ออฟโรด โทรฟี่ 2013 ไทยแลนด์ แกรนด์ ชาลเลนจ์ อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้ให้การสนับสนุนทุกส่วนฝ่าย ได้แก่ นายธนพล รอดภัย ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ให้เกียรติกล่าวต้อนรับในนามเจ้าภาพประจำพื้นที่, นาวาอากาศเอก วิเชียร กำเนิดเหมาะ หัวหน้ากรรมการควบคุมการแข่งขัน ตัวแทนจาก ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (รยสท.) ขึ้นกล่าวในนามผู้ให้การรับรองการแข่งขัน ,นายชยพล มาคล้าย ตัวแทนจากบริษัท กรังด์ปรีซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย กล่าวในนามผู้ให้การสนับสนุนการแข่งขัน และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสมาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ร่วมขึ้นกล่าว

  

 

รุ่นปีกนก

เริ่มต้นที่รุ่นปีกนก กระบะสแตนดาร์ด แต่พลังฉุดทางฝุ่นเชือดเฉือนกันแค่ปลายจมูก จากทีมที่เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายจากทั่วสารทิศ และได้อันดับ 5 เรียบร้อนในรุ่นรี้ คือรถหมายเลข 29 จากทีมโรบัสท์ อู่ทรงไทย ดีฟาส เก็บคะแนนสนามแรกไปเพื่อหวังว่าสนามที่สองจะตะกายขึ้นแชมป์ประจำสนามให้จงได้ มาถึงคู่ชิงที่ 3 กันบ้าง งานนี้ทีมเดียวกันขับเคี่ยวกันเองระหว่างรถหมายเลข 86 สิงห์เมืองสุพรรณ ทีมยุทธหัตถี อีซูซุอึ้งง่วนไต๋สุพรรบุรี ออฟโรด ขับโดยธงชัย กลิ่นเกตุ และคู่หูชาญเดช โรจน์นพานิชย์ กับรถหมายเลข 85 โดยสุวัฒน์ ลิ้มจิรภิญญา และพิณโญ บุญยังมี ทีมเดียวกัน แน่นอนฝีมือย่อมไม่ทิ้งกัน

แต่สุดท้าย สุวัฒน์ ลิ้มจิรภิญญา ก็ใช้ชั้นเชิง ดึงเบรกมือเข้าโค้งแซงธงชัย กลิ่นเกตุ ไปอย่างหวุดหวิด ครองอันดับ 3 ไป และมาถึงคู่ชิงชนะเลิศ ระหว่างรถหมายเลข 99 จากทีม PTT Performa คนเมืองป่ามงคลคาร์เซ็นเตอร์ 4x4 อุบลราชธานี ของมงคล จุลทรรศน์ ทรงวุฒิ สายศร และรถหมายเลข 49 จากทีม PTT Performa Lamina เปี๊ยกระยอง Hi-winch Team โดย สมัคร กุลกนก และสมบัติ เติมต่อ ทั้งคู่เชือดเฉือนกันตั้งแต่จุดสตาร์ท  วิ่งคู่คี่สูสีกันจนดูไม่ออกว่าจะลุ้นใครดีเพราะดีกรีมาจากทีมชื่อเดียวกัน ใช้สุดยอดน้ำมันสำหรับแข่งขันตัวเดียวกัน งานนี้ มาวัดกันที่โค้งสุดท้าย ที่ใครอยู่วงในมักเสียเปรียบ เพราะโค้งแคบ สุดท้ายทำให้รถหมายเลข 99 ซึ่งมาแรงและเร็ววิ่งเข้าแตะปุ่มหยุดเวลาได้ก่อน จึงครองแชมป์รุ่นปีกนกประจำสนามแรกไปได้อย่างหวุดหวิด

 

รุ่นคานแข็ง

สำหรับรุ่นคานแข็ง ได้รถหมายเลข 22 ของดาบสมคิด ศุภโกศล และเสกสรร ภูมิพักตร์ จากทีม ปตท. เก็บถ้วยรางวัลประจำสนามอันดับที่ 5 ไปครอง แล้วมารอลุ้นชิงอันดับที่ 3 และ 4 ระหว่าง รถหมายเลข 36 จากทีม Ptt Performa โดยสุรศักย์ มีบุญ กับเนว์คู่ใจ อดิเรก มุลิ และรถหมายเลข 1จากทีม โคราชเฮดเดอร์ช้อป Hi-winch เปี๊ยกระยองออฟโรด โดยปณชัย อยู่หมื่นไวย และเกรียงศักดิ์ ดีหมื่นไวย สำหรับคู่นี้อุณหภูมิในสนามยังต้องยอม เพราะออกตัวคู่คี่และผลัดกันแซงอย่างดุเดือด โดยเฉพาะช่วงเนินสลับ ที่ทำเอาหลายๆ ทีมน็อกมานักแต่นักเพราะกระแทกตกจากที่สูง แต่สำหรับทั้งสองทีมก็ไม่ยิ่งหย่อน บวกกับทักษะและประสบการณ์ในสนาม แต่สุดท้ายรถหมายเลข 1 ของ ปณชัย อยู่หมื่นไวย ก็คว้าชัยอันดับที่ 3 ไปครอง และหมายเลข 36 ของสุรศักย์ มีบุญ รับอันดับที่ 3 ไปตามระเบียบ

ส่วนคู่ปิดสนามรุ่นคานแข็ง ได้รถหมายเลข 97 จากทีมชื่อยาวเป็นเมตรอย่าง สมาย ซันคลีน โรบัสท์ Runstop พนม 4x4 เล็กไดนาโม ก๋วยเซอร์วิส อุลดอกฝ้าย ผู้ขับคือวิโรจน์ พานทอง และก่วย บุตรดีวงศ์ ออกโรงสู้กับหมายเลข 15 จากทีม พัทยาเหนือเซียงกง กลุ่มบ้านผู้เฒ่า ที่มีพลขับมือแม่นอย่าง ไชยยา สนองศรี และเนว์ กำพล ทรัพย์ธำรง คู่นี้เรียกว่าเรียกจังหวะการเต้นของหัวใจแบบนับไม่ทันกันเลยทีเดียว ทั้งคู่ต่างสู้กันชนิดโค้งต่อโค้ง หลุมต่อหลุม เนินต่อเนิน นำโดยรถหมายเลข 97 ที่ทิ้งช่วงไม่ห่างกันนัก แต่สุดท้ายโชคร้ายของรถหมายเลข 97 แรงจัดหรือเซ็ตรถพลาดอย่างไรไม่ทราบ รถโดดกระแทกเนินถึงกับเพลาแตกกลางสนาม จนต้องยอมโบกยอมแพ้อย่างน่าเสียดายให้กับรถหมายเลข 15 ของ ไชยยา สนองศรี ที่ได้จังหวะแซงขึ้นไป ให้ กำพล ทรัพย์ธำรง เดินไปกดเวลาอย่างใจเย็น ได้เพียงแชมป์อันดับที่ 2 ไปครองสำหรับรถหมายเลข 97 

 

รุ่น Open B

มาถึงรุ่นเกือบจะที่สุดของนักตะลุยทางฝุ่นกันแล้ว  โดยลำดับที่ 5 ประจำสนามเป็นของรถหมายเลข 3 ของ สมโภชน์ ยวดยิ่ง และสมบูรณ์ เห็นงาม จากทีมคนมีหนาม จนมาถึงเวลาลุ้นอันดับที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง รถหมายเลข 77 จากทีมคนมีหนาม เปี๊ยกระยองออฟโรด ขับโดย นิรุตติ ลี้ปฐมากุล และ มงคล เพียรดี และรถหมายเลข 9 ของ โชติศีล รัตนวารหะ และกนกศักดิ์ รัตนกุสุม จากทีม Sunclean d-fast Runstop Team เป็นอีกคู่หนึ่งที่แข่งกันมันส์สุดๆ ลุ้นสุดๆ เพราะทั้งรถและเครื่องยนต์แบบเดียวกัน หนึ่งทีมก็แชมป์หลายสนามมาจากปีผ่านๆ มา ส่วนอีกทีมก็แชมป์เก็บคะแนนไม่แพ้กัน แต่สนามเปิดขอให้ได้ติด 1 ใน 3 ก็พอใจแล้ว หลังจากรถทั้งคู่ออกจากจุดสตาร์ท เครื่องยนต์ที่แผดดังและความรวดเร็วในการเลี้ยวหักในทางโค้ง และการหักหลบที่แม่นยำ ทำเอากองเชียร์ลุ้นกันตัวโก่ง แต่สุดท้าย รถของ นิรุตติ ลี้ปฐมากุล ก็วิ่งเข้าเส้นชัยได้ก่อน ครองถ้วยอันดับ 3 ไปครองได้สำเร็จสำหรับรถหมายเลข 77 ส่วนรถหมายเลข 9 ของโชติศีล รัตนะวราหะ ไปเสียท่าตรงเนินสลับเพียงเสี้ยววินาที ทำให้พลาดตำแหน่งที่ 3 ไปอย่างน่าเสียดาย และได้ถ้วยอันดับ 4 มาครอง

ส่วนในรุ่นชิงชนะเลิศ เป็นคู่ที่หยุดทุกสถานการณ์เลยก็ว่าได้สำหรับรถหมายเลข 27 ของเกริกเกียรติ เสือทองคำ กับ ณัฐวุฒิ กันทะวงศ์ จากทีม PTT Performa และรถหมายเลข 38 ของ ภูชิต วัชรวรรณเวทย์ กับอุทัย อุตระโยธิน งานนี้ทั้งคู่ขอประกาศความเป็นแชมป์สนามแรก อย่างภูชิต วัชรวรรณเวทย์ ก็ประกาศขอสัมผัสความเป็นแชมป์บ้าง  โดยเฉพาะการโชว์ดึงเบรกมือประชันกันอย่างสูสี ลุ้นระทึกกันชนิดถ้าไม่คว่ำก็เอาชัยชนะไปครอง รถหมายเลข 38 ดูจะแรงและเร็วกว่า มีหลายครั้งที่รถหมายเลข 27 ของเกริกเกรียรติ เสือทองคำ หาจังหวะเร่งแซงไล่ทันหลายต่อหลายโค้งก็ยังไม่สามารถตามติดทัน แต่เป็นที่น่าเสียดายที่รถหมายเลข 38 พลาดท่าเสียทีขับไปชนเสาธงหัก ทำให้ถูกบวกเวลาเพิ่มและรถยังติดหล่ม ทำให้แพ้รถหมายเลข 27 ไปในวินาทีสุดท้ายไปอย่างน่าเสียดาย สนามนี้หมายเลข 27 จึงได้ถ้วยแชมป์ประจำสนามไปครองอย่างที่ตั้งใจ

 

รุ่น Open A

การแข่งขันรุ่นสุดท้าย และแฟนพันธุ์แท้ Off Road ก็ได้สัมผัสกับที่สุดของ Off Road Trophy ในรุ่น Open A เรียกว่าเป็นรุ่นปิดสนามของสนามเปิดที่ต้องลุ้นกันจนนั่งไม่ติด และรุ่นนี้จะเป็นไฮไลต์ของการแข่งขันรายการนี้ในทุกๆ สนามตลอดทั้งปีเลยก็ว่าได้ เริ่มจากอันดับที่ 5 ลอยลำ นั่งรอรับถ้วยประจำสนามแรก ได้แก่รถหมายเลข 63 ของ สัมพันธ์ ชวศิลป์ และ ตระการณ์ ณ หงส์ษาวดี จากทีม Unicorn ท้ายขบวน Hot bit จากนั้นก็มาลุ้นอันดับที่ 3 และ 4 กัน ระหว่างนักแข่งจอมอึดรถหมายเลข 14 โดยชณัฐ ศิริพงษ์ กับคู่หู ทวิฃ ถานะวร จากทีม Ptt Performa / RZ Racing สู้กับจอมยุทธ์แดนอีสาน รถหมายเลข 100 ของอภิชาต ศรีพดุง กับ แสงชัย จากทีม เดชขอนลอย เก่งโคราช ตู่ออโต้เซอร์วิส บ.โรงไฟฟ้าเดชาไบโอกรีนมาแรง ทันทีที่ออกตัว รถหมายเลข 100 ของอภิชาต ศรีพดุง ดูจะแรงแซงหน้ารถหมายเลข 14 ของชณัฐ ศิริพงษ์  ไปอย่างง่ายดาย ทว่ากลับเสียท่าที่มาแหกโค้งเนื่องจากหักพวงมาลัยเข้าแรงเกินไป ถึงกระนั้นก็ยังคงควบคุมทั้งความเร็วและความแรงของรถได้อย่างมืออาชีพ ขณะที่รถหมายเลข 14 ก็ไม่ยอมให้แซงไปง่ายๆ  พยายามแร่งเครื่องอย่างสุดกำลังเพื่อไล่ให้ทัน สุดท้ายก็ไม่เป็นผล เพราะรถของอภิชาต ศรีพดุง ยังคงแรงแซงโค้งอย่างต่อเนื่องจนหาช่องว่าเร่งแซงขึ้นไปได้ยาก

ในที่สุด รถของอภิชาต ศรีพดุง ก็เข้าเส้นชัยไปตามความคาดหมายคว้าตำแหน่งที่ 3 ไปครอง แต่ที่เด็ดสุดที่ทุกคนรอคอยก็คือคู่สุดท้ายที่หยุดทุกเหตุการณ์เพื่อมาดูคู่ชิงชนะเลิศคู่นี้กัน ระหว่างสิงห์ใต้มาไกลใจเกินร้อย และฉายาจอมยุทธ์สะตอดุ รถหมายเลข 28 จากทีมเต็นท์รถ ชูรวมน้ำใจ เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี ขับโดย อภิเดช ชูประดิษฐ์ และเนว์คู่กาย สิทธิพร ชูมณี เปิดศึกกับรถหมายเลข 55 ของทีมแข่งใหญ่ยักษ์ PTT Performa Team โดยอรรถพล จันทร์สิวานนท์ และยุทธศักดิ์ เนว์ผู้รู้ใจ ออกศึกคู่กันซัดเต็มเหนี่ยวตั้งแต่เริ่มต้นสตาร์ท แต่ด้วยความแม่นยำและการประสานงานกันอย่างเข้าขาของทีม PTT Performa Team แม่นทุกโค้ง แน่นทุกเนิน ทำให้ทิ้งห่างคู่ต่อสู้ออกไปเรื่อยๆ แม้จะมีเสียจังหวะจนทำให้รถซิ่งของ อภิเดช ชูประดิษฐ์ เกือบจะขึ้นแซงได้ทันอยู่หลายจังหวะ สนามนี้อย่างไรก็ต้องขอแจ้งเกิดรอบเปิดสนามของปี ในที่สุด รถหมายเลข 55 ของอรรถพล จันทร์สิวานนท์ ก็เฉือนเข้าเส้นชัยวิ่งกดเวลาหยุดได้ก่อนสิงห์ใต้จอมยุทธ์สะตอดุ ได้แชมป์สนามไปครองได้สำเร็จ 

ท่านสามารถติดตามชมการแข่งขันแบบติดขอบสนามของ Off Road Trophy 2103  Thailand Grand Challenge สนามที่ 2  ณ สนามออฟโรด อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้วันที่ 5-6 พฤษภาคม 2556 และถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียมทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี ในวันที่ 6 พฤษภาคม วันหยุดชดเชยวันฉัตรมงคล ตั้งแต่เวลา 13.00 – 14.30 น.